ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “ความท้าทายของประเทศไทยกับการเป็นประธานอาเซียน 2019” ในงานจุฬาฯ สัปดาห์อาเซียน ครั้งที่ 8 และการเสวนาประชาคมอาเซียนของรัฐสภา ครั้งที่ 5 ณ ห้องประชุม ชั้น 7 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยย้ำว่า อาเซียนต้องมีความพร้อม 3 ด้าน ในการรับมือกับความท้าทาย คือ ความพร้อมของอาเซียนสำหรับอนาคต ความพร้อมสำหรับการร่วมมือกันในกลุ่มประเทศอาเซียน และความพร้อมของอาเซียนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากภายนอก
ขณะที่ความพร้อมสำหรับการร่วมมือกันในกลุ่มประเทศอาเซียน ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของประชาคม และมีมุมมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไขและพิจารณาแนวทางบรรเทาภัยพิบัติร่วมกัน ควบคู่ไปกับการมีองค์กรด้านการเงินสนับสนุนการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยให้เกิดการสื่อสารระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนในภูมิภาคมีส่วนในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในอาเซียน
ส่วนความพร้อมของอาเซียนกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากภายนอกจะต้องพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาและที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อกำหนดแนวทางรับมือ อาทิ การพิจารณาต่อกรณีประเทศมหาอำนาจเข้ามามีบทบาทมากขึ้น รูปแบบใหม่ของสงครามที่มีการแข่งขันด้านการค้าและเทคโนโลยี ที่อาเซียนจะต้องมีความพร้อมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ดร.สุรเกียรติ์ ยังได้กล่าวในตอนท้ายว่า ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนนับเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในภูมิภาค ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในชั่วข้ามคืน โดยเฉพาะปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ของเมียนมาร์ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ไทยในฐานะประธานอาเซียนจะเข้ามามีบทบาทในการเรียกร้องให้เกิดการเจรจาสันติภาพ ที่จะนำมาซึ่งการสร้างความเข้าใจร่วมกัน และยุติปัญหาดังกล่าวได้
ข้อมูลจาก : https://www.thebangkokinsight.com/185350/